ข่าวประชาสัมพันธ์
400 Bad Request
400 Bad Request
Please forward this error screen to 109.203.124.146's WebMaster.

Your browser sent a request that this server could not understand:

  • (none)/org4012.txt (port 80)
I need help writing a paper apa style cheap

เกี่ยวกับโครงการ

info-Turn-Around-080259-v4

    วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เป็นกลไกหลักในการเสริมสร้างความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ  ก่อให้เกิดการจ้างงานและเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาความยากจน ถือได้ว่ามีบทบาทในการเป็นรากฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจตลอดจนเป็นฟันเฟืองที่เชื่อมโยงกับธุรกิจขนาดใหญ่ ภาคการผลิต ภาคการค้าและบริการ

      ตามเศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบันประสบภาวะชะลอตัวอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรกของปี 2558 เศรษฐกิจไทยขยายตัวที่ร้อยละ 2.9 ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่ต่ำกว่าระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจ การส่งออกสินค้าหดตัว กำลังซื้อของประชาชนลดลง การบริโภคหรือการลงทุนภาคเอกชนชะลอตัว ส่งผลให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 2.7 ล้านราย คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 97.2 ของจำนวนวิสาหกิจทั้งประเทศได้รับผลกระทบและประสบปัญหาในการประกอบธุรกิจ อีกทั้ง ค่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ SMEs มีแนวโน้มลดลง ซึ่งบ่งชี้ให้เห็นว่าผู้ประกอบการ SMEs กำลังประสบปัญหาในการด่าเนินธุรกิจอย่างรุนแรงและขาดความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจ จำเป็นที่ภาครัฐจะต้องเข้าไปให้ความช่วยเหลือเพื่อให้ SMEs ประคองตัวให้อยู่รอดและสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจและเติบโตต่อไปได้

      ปัญหาที่ SMEsประสบอยู่มีหลายประการ  ได้แก่

1) ปัญหาด้านความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

2) ปัญหาด้านบุคลากร SMEs มีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพของแรงงานที่มีทักษะฝีมือความรู้และแรงงานระดับฝีมือต่ำ

3) ปัญหาด้านตลาดที่ขาดข้อมูลการตลาดเชิงลึกในเรื่องข้อมูลคู่แข่งขัน ข้อมูลผู้บริโภค และขาดโอกาสทางการตลาด

4) ปัญหาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่ขาดการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี การทำวิจัยและพัฒนาสินค้านวัตกรรม โดยเฉพาะการสร้างความแตกต่าง และการสร้างตราสินค้า

          เมื่อผู้ประกอบการSMEsประสบปัญหารุมเร้าย่อมเกิดความสับสนลังเล และไม่สามารถจัดลำดับความส่าคัญในการแก้ไขปัญหาได้ ซึ่งสิ่งที่ควรเร่งดำเนินการคือ การวินิจฉัยสถานประกอบการ โดยเป็นเทคนิคสำคัญที่จะวิเคราะห์ถึงสาเหตุและการจัดการปัญหาได้อย่างตรงจุดพร้อมกับเสนอแนวทางการปรับแผนธุรกิจ(Business Plan)เพื่อปรับปรุงแก้ไขปัญหาและก่าหนดทิศทางธุรกิจซึ่งเป็นการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบส่งผลให้ SMEs สามารถประคองตัวอยู่รอด และมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

          สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จึงเห็นควรดำเนินโครงการปรับแผนธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถ SMEs เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถประกอบธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องในภาวะเศรษฐกิจชะลอ และสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจให้เจริญเติบโตต่อไปได้

วัตถุประสงค์ของโครงการ

– เพื่อให้ SMEs มีแนวคิดในการพัฒนาจัดการธุรกิจให้เป็นระบบ สามารถจัดทำแผนพัฒนาและ ฟื้นฟูธุรกิจ และต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในเชิงนวัตกรรม

– เพื่อให้ SMEs สามารถวิเคราะห์สภาพปัญหาและแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นได้ตรงจุด เพื่อนำไปต่อยอดการพัฒนาได้อย่างถูกต้อง และสอดคล้องกับสภาพปัญหา

– เพื่อให้ SMEs มีผลิตภาพ (Productivity) และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในเชิงนวัตกรรม

กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับประโยชน์

– ผู้รับประโยชน์โดยตรง : วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในภาคการค้าและบริการที่ประสบปัญหาในการดำเนินธุรกิจ และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) โดยทั่วไป จ่านวน 10,000 กิจการ ทั่วประเทศ

– ผู้รับประโยชน์โดยอ้อม : วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในสายโซ่อุปทาน (Supply Chain)ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)

กระบวนการดำเนินงาน

1) การสัมมนาชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการให้กับผู้ประกอบการภาคการค้าและภาคบริการ

2) คัดกรองวิสาหกิจ ภาคการค้าและบริการ ที่มีคุณสมบัติตามที่ก่าหนด

3) อบรมให้ความรู้ พร้อมทั้งประเมินและวินิจฉัยเบื้องต้น (Self Assessment & Diagnose)

4) ให้คำปรึกษาแนะน่าเชิงลึก รายงานสถานะภาพ /วินิจฉัยจุดอ่อนจุดแข็งกิจการ

5) จัดทำแผนปรับปรุงโครงสร้างธุรกิจ/แผนปรับโครงสร้างหนี้

สมัครเข้าร่วมโครงการ

http://203.158.253.67/sme/

ส่งใบสมัครโทรสาร 0-2549-3080 หรือทำง e-mail : sme@rmutt.ac.th

ศูนย์ประสำนงานหน่วยประสานงาน

โครงการปรับแผนธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถ SMEs

เบอร์โทรศัพท์ 0-2549-4004, 090-010-5579, 097-278-8879

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

Comments are closed.